เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เวลาประมาณสองทุ่มเศษจู่ๆ ฉันก็ได้รับโทรศัพท์จากแม่ ปกติแม่กับฉันเราจะคุยกันทางโทรศัพท์เพียงแค่หนึ่งวันต่ออาทิตย์ และฉันมักจะเป็นฝ่ายโทรไปก่อนเสมอ แต่วันนี้เพิ่งจะวันพฤหัสฯ...มันทำให้ฉันแปลกใจ?

แม่ส่งเสียงมาตามสายว่าวันนี้ได้ส่งพัสดุมาให้ ในกล่องใบใหญ่มีของที่ฉันชอบทาน และขนมหวานที่แม่และพ่อคิดว่าฉันน่าจะชอบ แพ็คมาพร้อมกับสบู่หนึ่งก้อน ‘สบู่มีส่วนผสมที่สกัดมาจากน้ำผึ้ง’ แม่ว่า เพียงแค่ฟังฉันก็อมยิ้ม รู้สึกเหมือนตัวเองยังเป็นแค่เด็กหญิง...แม่กลัวอยู่ตลอดว่าลูกสาวของแม่จะไม่สวยเหมือนคนอื่น (ทั้งๆ ที่ไม่น่าจะกลัว มันคงไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้แล้วล่ะ)

พ่อ เราไม่ค่อยได้คุยกันมากนัก เวลาที่ฉันโทรกลับบ้านถ้าพ่อเป็นคนรับสาย ท่านก็จะถามไถ่ฉันสักพักแล้วก็ส่งต่อโทรศัพท์ไปให้แม่เป็นคู่สนทนาถัดไปเสมอ ท่านไม่ใช่คนคุยเก่งเท่าไหร่นัก

ผ่านมาสามวันพัสดุที่ว่าก็ถูกส่งมาอยู่ในมือของฉันเรียบร้อยในวันนี้

วันนี้เป็นวันอาทิตย์ที่ห้าธันวาคม วันที่ลูกลูกชาวไทยต่างก็สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ...วันนี้เป็นวันพ่อ

ฉันแกะกล่องพัสดุด้วยความตื่นเต้น ดีใจ ลุ้นว่าข้างในนั้นจะมีอะไรอยู่บ้าง ทั้งทั้งที่ก็ทราบมาก่อนแล้ว แต่มันก็อดไม่ได้ สิ่งแรกที่ฉันเห็นคือขนมคุกกี้และของขบเคี้ยวห่อใหญ่ที่หาซื้อได้ทั่วไปตามร้านค้า...ฉันชอบมัน ฉันยิ้มกับตัวเองดีใจที่ได้ขนมอร่อยอร่อย เหมือนเด็กเด็ก เมื่อหยิบเอาห่อขนมออกมาจนหมด ตาก็เหลือบไปเห็นกล่องพลาสติกขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็ก พอเปิดฝาออกดูก็พบว่ามันคืออาหารที่ฉันชอบทาน จำได้ว่าเพิ่งบอกแม่ไปเมื่อวันอาทิตย์ที่แล้วว่าฉันอยากกิน ฉันดีใจมากรีบปิดฝากล่องเอามันเข้าตู้เย็นทันที

ของในกล่องพัสดุยังมีเหลืออยู่ ยังเหลือกล่องกระดาษสี่เหลี่ยมขนาดเล็กที่ฉันยังไม่ได้หยิบมันขึ้นดู เดาว่าคงเป็นสบู่ที่แม่พูดถึง ข้างๆ นั้น มีแผ่นกระดาษสีขาวถูกพับซุกเอาไว้ ฉันค่อยๆ หยิบมันด้วยความสงสัย ก่อนจะคลี่ออกอ่าน

‘ถึง,,,ลูกรัก’ คือประโยคแรกที่แม่เขียนในกระดาษ ฉันจำลายมือของท่านได้ ฉันไล่สายตาอ่านมันจนหมดทุกบรรทัด ทุกตัวอักษร ความโดยรวมคือกำลังใจที่แม่ พ่อ และพี่ชายต่างก็ต้องการที่จะส่งผ่านมาให้ พวกท่านรู้ว่าฉันเริ่มเหนื่อย (ใจ) และกำลังท้อแท้ (ใจ) กับสิ่งที่ต้องเผชิญอยู่ ประโยคของแม่ก็เหมือนกับที่เคยได้ยินกันทั่วไป ‘เหนื่อยได้แต่อย่าท้อ’ แต่ความรู้สึกที่ได้มันกลับแตกต่างกันเหลือเกิน ถึงตอนนี้ดวงตาของฉันก็เอ่อท้นด้วยน้ำใสใสเสียแล้ว

ใครว่าความเข้มข้นของความรักขึ้นอยู่กับระยะทางกัน ประโยคที่ว่า ‘รักแท้แพ้ใกล้ชิด’ ไม่เห็นจะมีผลอะไรต่อความรักของครอบครัว เพราะตั้งแต่ที่ฉันจากบ้านมาอยู่ไกล ทุกครั้งที่พูดคุยกันผ่านทางคลื่นโทรศัพท์ น้ำเสียง รูปประโยค ที่ส่งผ่านถึงกัน มันทำให้ฉันรู้ว่าเรายังรักกันเสมอ แม้แต่ประโยคคำถามง่ายๆ ที่ว่า ‘กินข้าวหรือยัง’ มันก็ยังสามารถรับรู้ได้ถึงความห่วงใยที่พวกเขามีให้

หรือเป็นเพราะความรักเหล่านั้นอาจจะไม่ใช่รักแท้ มันถึงได้แพ้ระยะทาง? ...ฉันถามตัวเอง

วันนี้ฉันโทรศัพท์หาที่บ้านเป็นปกติอย่างที่เคยทำ หากต่างไปที่ความรู้สึกตั้งแต่อ่านจดหมายฉบับนั้นจบลง ฉันคิดถึงบ้านมากขึ้น คิดถึงพวกท่านมากขึ้น และรักพวกท่านมากขึ้น

ฉันบอกแม่ว่าได้รับพัสดุที่ส่งมาแล้ว แม่ถามฉันต่อนิดหน่อยเรื่องจดหมาย เราไม่ได้คุยอะไรกันมากไปกว่าปกตินัก ยังคงเป็นเรื่องเดิมเดิม...

‘กินข้าวหรือยัง’ ‘ที่นั่นอากาศหนาวหรือเปล่า’ ‘คุยกับพ่อมั้ย’

สักพักเสียงของพ่อก็เข้ามาอยู่ในสาย พ่อบอกให้ฉันอวยพรให้ท่าน...เพราะวันนี้คือวันพ่อ เราหัวเราะด้วยกันเบาเบา ก่อนที่ฉันจะเริ่มคำอวยพร...ฉันขอให้ท่านแข็งแรงทั้งกายและใจ ไม่รู้มีครอบครัวไหนเป็นอย่างนี้บ้าง ที่เมื่อถึงวันสำคัญของพ่อแม่ ลูกอย่างฉันจะต้องเป็นฝ่ายอวยพรให้เสมอ แต่ฉันก็ยินดีและดีใจมากที่ได้ทำ

ฉันกดวางโทรศัพท์ไปนานแล้ว แต่ความรู้สึกของฉันยังเปี่ยมล้นไม่จางหาย

วันนี้เป็นวันพิเศษ โดยเฉพาะในฐานะลูกของพ่อหลวงของปวงชนชาวไทย คนไทยรักในหลวงประดุจดั่งลูกที่รักพ่อ แต่ในฐานะลูกของพ่อ (และแม่) แล้ว วันนี้ไม่ได้มีความสำคัญเพียงเพราะเป็น ‘วันพ่อ’ แต่มันสำคัญตรงที่ความพิเศษของวัน...วันที่ฉันได้คุยกับแม่ และหัวเราะเบาเบากับพ่อ

ถ้าวันนี้เป็นวันอาทิตย์ เมื่อวานคือวันเสาร์ วันพรุ่งนี้คือวันจันทร์ และวันต่อๆ ไปก็คือวันอังคาร พุธ พฤหัสฯ ศุกร์ แล้ววันไหนล่ะคือวันพิเศษสำหรับคุณ?

สุขสันต์วันพ่อนะคะ ^ ^  

Comment

Comment:

Tweet

สุขสันต์วันพ่อ ครับ big smile

#1 By i'am-toontoon on 2010-12-07 00:40